简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:ทองคำวานนี้เจอแรงกดดัน 3 ประการ
ตอนนี้เรามีแอพพลิเคชั่น อย่าลืมโหลดแอพจะได้ไม่พลาดข่าวสารวงการForex https://www.wikifx.com/th/download.html
(1.) ค่าเงินหยวนของจีนร่วงลงสู่ระดับต่ําสุดในรอบเกือบ 2 ปีหลังจากที่ธนาคารกลางของจีน (PROC) ปรับลดดอกเบี้ย LPR (Loan Prime Rate) ประเภท 1 และ 5 ปีซึ่งการอ่อนค่าของหยวนหนุนดอลลาร์ให้แข็งค่า
(2.) นักลงทุนหันมาคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟต)จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 75 bps ในการประชุมเดือนก.ย.สะท้อนจาก FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ในขณะนี้ว่า นักลงทุนเพิ่มโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตรา ตอกเบี้ย 75bps ในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย. สู่ระดับ 55% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับต่ํากว่า 50% ในวันก่อนหน้า ส่วนโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 50 bps ลดลงจากระดับ 53.5% เหลือ 45% ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวหนุนดัชนีดอลลาร์ให้แข็งค่าระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ที่ 3.039% ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันทองคําในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของตอกเบี้ย และ
(3.) ยูโรอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ํากว่า 1 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ 14 ก.ค. ท่ามกลางความกังวล เกี่ยวกับวิกฤตพลังงานในยุโรปซึ่งอาจส่งผลให้เศรษฐกิจเผชิญภาวะถดถอย หลังจากก๊าซพรอมของรัสเซีย ประกาศจะปิดท่อส่งก๊าซ Nard Stream 1 ในวันที่ 31 ส.ค.-2ก.ย.เพื่อทําการซ่อมบํารุง สถานการณ์ดังกล่าวจุดให้ทองคําร่วงลงทดสอบระดับต่ําสุดในรอบเกือบ 4 สัปดาห์ที่ 1,727.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคํา -1.45 ตัน สําหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผย ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ, ยอดขายบ้านใหม่ และดัชนีภาคการผลิตจากเฟดสาขาริชมอนด์
หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,749-1,753 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนักลงทุน ยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเนื่องจากครั้งที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรง ขายออกมาเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 1,727- 1,715 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่าเป็นการอ่อนตัวลงเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง
คำแนะนําเปิดสถานะขาย $1,753-1,767
จุดทำกําไรซื้อคืนเพื่อทำกําไร $1,727-1,715
ตัดขาดทุนตัดขาดทุนสกานะขายหากผ่าน $1,767
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
นโยบายภาษีชุดใหม่ของทรัมป์ที่ประกาศเมื่อ “วันปลดปล่อย” ได้จุดชนวนความตึงเครียดทางเศรษฐกิจอีกครั้ง โดยการขึ้นภาษีเกิน 25% อาจเร่งเงินเฟ้อและซ้ำเติมตลาดแรงงาน นักวิเคราะห์คาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยลง 1.25% ภายในปีนี้ ขณะเดียวกัน รัฐบาลใช้รายได้จากภาษีเป็นเครื่องมือทั้งเศรษฐกิจและการเมือง
บทความนี้สำรวจผลกระทบของแผ่นดินไหวต่อค่าเงินและตลาดการเงินทั่วโลก ผ่านกรณีศึกษาในญี่ปุ่น อินเดีย เม็กซิโก และไทย ชี้ให้เห็นว่าตลาดมักตอบสนองด้วยความวิตกในระยะสั้น ก่อนจะปรับตัวตามข้อมูลพื้นฐาน นักเทรดสามารถใช้ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสในการทำกำไร หากวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ
นโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก่อให้เกิดความกังวลในระดับโลก โดยเฉพาะการขึ้นภาษีนำเข้าในอัตราสูง นักวิเคราะห์เตือนว่าอาจกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งในสหรัฐฯ และทั่วโลก JPMorgan และ Capital Economics ชี้ว่านโยบายนี้อาจนำไปสู่ภาวะถดถอย ขณะที่ Wells Fargo คาดว่า Fed อาจต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินในอนาคต
รีวิวโบรกเกอร์ CMCMarkets