简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:การจ้างงานที่อ่อนแอของเดือนส.ค. อาจทำให้เฟดหั่นดอก 50 bps ในเดือนก.ย.
รายงานการจ้างงานของเดือนสิงหาคมมีแนวโน้มที่จะแสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานที่อ่อนแอในเดือนกรกฎาคมไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราว และปูทางให้เฟดต้องเริ่มต้นวงจรการลดอัตราดอกเบี้ยด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยอย่างมาก นักเศรษฐศาสตร์ที่ Citi ระบุในบันทึกล่าสุด
“เราคาดว่าตัวเลขที่คล้ายกันกับเดือนกรกฎาคมจะยืนยันให้เห็นว่าข้อมูลที่อ่อนแอของเดือนกรกฎาคมไม่ได้เกิดขึ้นครั้งเดียว แต่สะท้อนให้เห็นถึงการอ่อนตัวอย่างแท้จริงในตลาดแรงงาน ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่เฟดต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงที่ 50 bps เพื่อเริ่มรอบการลดอัตราดอกเบี้ย” Citi กล่าว
เนื่องจากขณะนี้มีการคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่าอัตราดอกเบี้ยจะถูกปรับลดลงในเดือนกันยายน ขนาดของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงกันอย่างมาก โดยโอกาสของการลดอัตราดอกเบี้ยลงที่ 50 bps เทียบกับ 25 bps นั้นได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมากในเดือนนี้
หลังจากรายงานการจ้างงานที่อ่อนแอในเดือนกรกฎาคม หลายคนมั่นใจว่าเฟดจะต้องลดอัตราดอกเบี้ยลง 50bps เพื่อป้องกันภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยบางคนถึงกับเรียกร้องให้มีการลดอัตราดอกเบี้ยฉุกเฉินด้วยซ้ำ แต่เมื่อข้อมูลเศรษฐกิจใหม่ ๆ เข้ามา รวมถึงข้อมูลการขอรับสวัสดิการการว่างงานที่เป็นบวก ความกังวลในช่วงเริ่มแรกเกี่ยวกับภาวะถดถอยก็ถูกละทิ้งไปและการเดิมพันในการลดอัตราดอกเบี้ยที่ 25bps ก็กลายมาเป็นประเด็นสำคัญ
Citi กล่าวว่ามันไม่ต้องการอะไรมากที่จะเอียงตาชั่งของเฟดไปทางการลดอัตราดอกเบี้ยที่ใหญ่ขึ้นที่ 50bps โดยคาดการณ์ว่าจะมีการเพิ่มงานเพียงเล็กน้อยที่ 125,000 งานในเดือนสิงหาคม โดยมีอัตราการว่างงานอยู่ที่ 4.3%
สิ่งนี้ยังคงสอดคล้องกับมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ที่ Citi ว่าความต้องการแรงงานกำลังอ่อนแอลงอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงเพราะปัจจัยชั่วคราว
แม้ว่าการว่างงานจะลดลงเล็กน้อย ซึ่งแสดงถึงการปรับปรุงขึ้นของตลาดแรงงานในช่วงหนึ่งเดือน แต่นั่นอาจจะ “ไม่เพียงพอที่จะโน้มน้าวเจ้าหน้าที่เฟดว่าความเสี่ยงของการอ่อนตัวนั้นได้หมดสิ้นไปแล้ว” Citi กล่าวเสริม
ข้อมูลที่เข้ามาชี้ให้เห็นว่าการจ้างงานที่อ่อนแอของเดือนกรกฎาคมไม่ได้เป็นเพียงชั่วคราว Citi กล่าว โดยเน้นถึงความอ่อนแออย่างต่อเนื่องในหลายภาคส่วน เช่น การก่อสร้าง รัฐบาล และการผลิต ซึ่งมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อรายงานการจ้างงานในเดือนสิงหาคม
เนื่องจากรายงานการจ้างงานเดือนสิงหาคมที่จะเผยแพร่ในวันที่ 6 กันยายน นั้นจะประกาศออกมาก่อนช่วงเวลาที่เฟดถูกห้ามแสดงความคิดเห็นเพียงเล็กน้อย Citi คาดว่าข้อมูลนี้ “จะมีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจว่าเฟดจะเลือกลดอัตราดอกเบี้ยที่ 25bps หรือ 50 bps เพื่อเริ่มต้นการลดอัตราดอกเบี้ย”
ขอบคุณข้อมูลจาก investing thailand
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
นโยบายภาษีชุดใหม่ของทรัมป์ที่ประกาศเมื่อ “วันปลดปล่อย” ได้จุดชนวนความตึงเครียดทางเศรษฐกิจอีกครั้ง โดยการขึ้นภาษีเกิน 25% อาจเร่งเงินเฟ้อและซ้ำเติมตลาดแรงงาน นักวิเคราะห์คาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยลง 1.25% ภายในปีนี้ ขณะเดียวกัน รัฐบาลใช้รายได้จากภาษีเป็นเครื่องมือทั้งเศรษฐกิจและการเมือง
บทความนี้สำรวจผลกระทบของแผ่นดินไหวต่อค่าเงินและตลาดการเงินทั่วโลก ผ่านกรณีศึกษาในญี่ปุ่น อินเดีย เม็กซิโก และไทย ชี้ให้เห็นว่าตลาดมักตอบสนองด้วยความวิตกในระยะสั้น ก่อนจะปรับตัวตามข้อมูลพื้นฐาน นักเทรดสามารถใช้ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสในการทำกำไร หากวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ
นโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก่อให้เกิดความกังวลในระดับโลก โดยเฉพาะการขึ้นภาษีนำเข้าในอัตราสูง นักวิเคราะห์เตือนว่าอาจกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งในสหรัฐฯ และทั่วโลก JPMorgan และ Capital Economics ชี้ว่านโยบายนี้อาจนำไปสู่ภาวะถดถอย ขณะที่ Wells Fargo คาดว่า Fed อาจต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินในอนาคต
รีวิวโบรกเกอร์ CMCMarkets