简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:เปิดปฏิบัติการตัดวงจร "แชร์ลูกโซ่ตู้เติมเงินเคธี่ปันสุข K4" อายัดทรัพย์กว่า 50 ล้าน
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ นำโดย พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.4 บก.ปอศ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปอศ. เปิดปฏิบัติการ “ตัดวงจรแชร์ลูกโซ่ตู้เติมเงินเคธี่ปันสุข K4” ตรวจค้นจำนวน 4 จุด ในพื้นที่ เขตคันนายาวและเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ร่วมกันจับกุม นางสาวเริงฤดี อายุ 45 ปี และนางสาวพรพิมล อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” พร้อมตรวจยึดของกลางจำนวน 413 รายการ รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 50 ล้านบาท
สืบเนื่องเมื่อเดือนธันวาคม 2567 ผู้เสียหายจำนวน 61 ราย ได้เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีกับบริษัท ปันสุข555 จำกัด และบริษัท เคโฟร์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด ซึ่งมี นางสาวเริงฤดี และนางสาวพรพิมล เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ มีพฤติกรรมชักชวนประชาชนให้ร่วมลงทุนธุรกิจซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในนามซิมการ์ดโทรศัพท์ระบบเติมเงิน ชื่อ “Sim K4” และตู้เติมเงินชื่อ “ตู้เคธี่ปันสุข” ให้บริการเติมเงินโทรศัพท์ เติมเงินวอลเล็ต ชำระบิลค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า โดยเสนอแพ็กเกจ เมื่อลงทุน 50,000 บาท จะได้รับผลตอบแทนสูงสุด 150,000 บาท ภายในระยะเวลา 500 วัน คิดเป็นร้อยละ 219 ต่อปี
และมีการขยายศูนย์ตัวแทนจำหน่ายไปยังจังหวัดต่างๆ เพื่อจัดการอบรมสัมมนาชักชวน ซึ่งหากสมาชิกสามารถแนะนำชักชวนดีลเลอร์หรือสมาชิกใหม่จะได้รับส่วนแบ่งสูงสุดถึงร้อยละ 50 ของค่าสมัคร โดยผู้ที่สนใจลงทุนต้องสมัครสมาชิกผ่านเว็บไซต์ https://kathyrobot.punsook555.co.th และมีรูปแบบการโอนเงินลงทุนผ่านระบบคิวอาร์โค้ด ซึ่งในช่วงแรกผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนจริง ทำให้มีผู้หลงเชื่อร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก ต่อมาช่วงเดือนตุลาคม 2567 สมาชิกเริ่มไม่ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน จึงได้พยายามติดตามทวงถาม แต่ผู้ต้องหาได้บ่ายเบี่ยงเรื่อยมา ผู้เสียหายจึงได้รวมตัวกันมาร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา มูลค่าความเสียหายเป็นเงินจำนวน 27,557,701 บาท
.
จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่าการลงทุนดังกล่าวเป็นการลงทุนที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงเกินกว่าที่สถาบันการเงินตามกฎหมายพึงจะจ่ายได้ อีกทั้งธุรกิจตู้เติมเงินเคธี่ปันสุขนั้น เมื่อตรวจสอบพบว่าไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจระบบชำระเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทย จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาใช้วิธีรับเงินลงทุนและจ่ายผลตอบแทนผ่านระบบเพย์เมนต์เกตเวย์ พบเงินหมุนเวียนในบัญชีบริษัทผู้ต้องหากว่า 400 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่านางสาวเริงฤดีฯ มีการยักย้ายถ่ายโอนแปรสภาพเงินเป็นทรัพย์สินต่างๆ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ
.
จนกระทั่งวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ได้เปิดปฏิบัติการ “ตัดวงจรแชร์ลูกโซ่ตู้เติมเงินเคธี่ปันสุข K4” ทำการตรวจค้นจำนวน 4 จุด ในพื้นที่ เขตคันนายาวและเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยบ้านพักอาศัยของผู้ต้องหาและสถานที่ทำการของบริษัท พบว่าบริษัทผู้ต้องหามีพนักงานประมาณ 15 คน มีห้องจัดสัมมนาสำหรับชักชวนผู้ลงทุน โดยที่บริษัทมีการสต๊อคตู้เติมเงินเคธี่ปันสุขซึ่งได้ถูกนำมาใช้ในการจูงใจให้มีการลงทุน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการทดสอบ เบื้องต้นพบว่าไม่สามารถใช้งานได้จริงตามที่โฆษณา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึดพยานเอกสารซึ่งใช้เป็นหลักฐานประกอบการสอบสวน และตรวจยึดทรัพย์สินต่างๆ จากผู้ต้องหารวมมูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท พร้อมทั้งจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขอบคุณ Ch3Thailand
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย :https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
เมื่อวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2025 เกิดเหตุการณ์การแฮกที่ใหญ่ที่สุดในโลกคริปโตฯ เมื่อ Bybit แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ถูกขโมยสินทรัพย์มูลค่ากว่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินทรัพย์หลักที่ถูกขโมยคือ ETH กว่า 401,000 เหรียญ การโจรกรรมนี้เกิดขึ้นระหว่างการโอนย้ายเหรียญจาก Cold Wallet ไปยัง Warm Wallet และใช้วิธีการที่ซับซ้อนโดยแฮกเกอร์แทรก Smart Contract เข้าไปในธุรกรรม การโจมตีนี้คาดว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มแฮกเกอร์ Lazarus Group จากเกาหลีเหนือ โดย Bybit ได้แถลงว่าไม่ได้รับผลกระทบต่อการทำธุรกรรมอื่น ๆ และได้เปิดโปรแกรมเพื่อช่วยติดตามสินทรัพย์ที่ถูกขโมย พร้อมทั้งร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการสืบสวนและแก้ไขปัญหาดังกล่าว
Zipmex แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชื่อดังต้องเผชิญวิกฤตหนักจากการระงับการถอนเงินในปี 2565 เนื่องจากปัญหาสภาพคล่องที่เชื่อมโยงกับ Celsius และ Babel Finance ที่ล้มละลาย ส่งผลให้นักลงทุนเสียหายมหาศาล แม้จะพยายามแก้ไขปัญหา แต่ความเชื่อมั่นของผู้ใช้ก็ลดลงอย่างมาก สำนักงาน ก.ล.ต. และ DSI ได้เข้าตรวจสอบ Zipmex นำไปสู่คดีพิเศษ และล่าสุด ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้ตัดสินให้ Zipmex มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน พร้อมลงโทษจำคุกอดีตผู้บริหาร 5 ปี กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักลงทุนคริปโตในการกระจายความเสี่ยงและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
จำคุก 5 ปี ! อดีตผู้บริหาร Zipmex ฐานฉ้อโกงประชาชน เสียหายกว่าพันล้าน
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิด TikTok ใหม่ ชื่อ กระทรวงส่งเสริมราย ในครัวเรือน” รองลงมาคือเรื่อง “โอ้กะจู๋ เข้าร่วมจดทะเบียนใน SET เปิดระดมทุนขยายธุรกิจร้านอาหารเพื่อสุขภาพ” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม